Skip to content
กลับไปที่บล็อก
ออกเสียงภาษาอังกฤษฝึกภาษาอังกฤษฝึกพูด

ออกเสียงภาษาอังกฤษให้ฟัง: 5 วิธีฟังจากปากเจ้าของภาษา

ปุ่มลำโพงในพจนานุกรมมีแค่เสียงเดียวที่อ่านช้า ๆ ถ้าอยากให้คนจริงออกเสียงภาษาอังกฤษให้ฟังในประโยค ลองเทียบ 5 วิธี ตั้งแต่ YouGlish ถึงฉากหนัง พร้อมแบบฝึก 10 นาที

Lingosive Team
ลองใช้ Lingosive ฟรี:

ถ้าอยากให้มีคนออกเสียงภาษาอังกฤษให้ฟัง ปุ่มลำโพงในพจนานุกรมออนไลน์เร็วที่สุด แต่ได้ยินแค่คำเดี่ยว ๆ จากคนคนเดียว ถ้าอยากรู้ว่าคนพูดคำนั้นกันจริงอย่างไร ให้ฟังจากหลายคนในประโยคเต็ม เช่น YouGlish (วิดีโอ YouTube เลือกสำเนียงได้) PlayPhrase.me (คลิปหนังและซีรีส์) และ Word in Film ของ Lingosive (ฉากหนัง ซีรีส์ และทอล์กโชว์)

ถ้าเจอคำนั้นในซีรีส์ที่กำลังดูอยู่ ให้เปิดการ์ดคำศัพท์ในส่วนขยาย (extension) ของ Lingosive ซึ่งรวมประโยคอื่นจากตอนเดียวกันที่มีคำนั้นไว้ให้ฟังซ้ำได้สูงสุด 5 ประโยค

ทำไมเสียงจากพจนานุกรมยังไม่พอ

เสียงในพจนานุกรมคือคำเดี่ยว ๆ ที่คนคนเดียวอ่านช้าและชัด เหมาะกับการเช็กเสียงพื้นฐานและการเน้นพยางค์ (stress) ซึ่งก็คือการพูดพยางค์หนึ่งให้ดังกว่า ยาวกว่า และชัดกว่าพยางค์อื่น แต่พอคำนั้นไปอยู่ในประโยคที่คนพูดกันจริง จะมีอย่างน้อย 3 อย่างที่เปลี่ยนไป

  • เสียงต่อกันจนเปลี่ยนรูป “want to” มักกลายเป็น “wanna” และ “did you” ฟังคล้าย “didja”
  • ตำแหน่งเน้นย้ายได้ ถ้าพูด “fourteen” คำเดียว จะเน้นท้าย (four-TEEN) แต่ใน “fourteen dollars” มักย้ายมาเน้นหน้า (FOUR-teen DOL-lars)
  • คำเล็ก ๆ หดสั้น ใน “I can go” คำว่า can ออกเสียงเบาและสั้นจนเหลือราว “kn” แต่ใน “Yes, I can” กลับออกเสียงเต็ม

ความเร็วทำให้ยากขึ้นอีก จากที่เราวัดคลิปในคลังของ Lingosive (วัดเป็นคลิป ไม่ใช่ทั้งตอนหรือทั้งเรื่อง) บทพูดใน Friends เร็วราว 3.2 คำต่อวินาที และหนัง The Break-Up ราว 4.2 คำต่อวินาที เสียงอ่านช้า ๆ ในพจนานุกรมจึงเตรียมหูให้รับความเร็วระดับนี้ไม่ได้ การฟังคำเดียวกันจากหลายคนยังช่วยให้แยกออกว่าอะไรคงเดิม เช่น พยางค์ที่เน้น และอะไรเปลี่ยนไปตามผู้พูด

คำอ่านภาษาไทยช่วยได้แค่ไหน

หลายคนจดคำอ่านเป็นตัวอักษรไทยไว้ข้างคำศัพท์ ซึ่งช่วยจำได้คร่าว ๆ แต่ตัวอักษรไทยแทนเสียงภาษาอังกฤษได้ไม่ครบ เช่น

  • ภาษาไทยไม่มีเสียง v จึงต้องเขียนด้วย ว ซึ่งเป็นเสียง w คำอ่านไทยของ vest กับ west เลยหน้าตาเหมือนกัน
  • ในภาษาไทย ล ที่เป็นตัวสะกดออกเสียงเป็น น ถ้าพูด feel หรือ school ตามคำอ่านไทย ท้ายคำจึงกลายเป็นเสียง n แทน l
  • คำอ่านไทยไม่บอกว่าพยางค์ไหนเน้น ทั้งที่ PHO-to-graph กับ pho-TO-gra-pher มาจากรากเดียวกันแต่เน้นคนละพยางค์

ใช้คำอ่านไทยเป็นแค่ตัวช่วยจำ แล้วให้หูตัดสินจากเสียงจริง

เทียบ 5 วิธีฟังการออกเสียงภาษาอังกฤษ

วิธีฟังการออกเสียงภาษาอังกฤษแบ่งได้ 5 แบบ สองแบบแรกให้ฟังคำเดี่ยว ๆ อีกสามแบบให้ได้ยินคำนั้นในประโยคจากวิดีโอจริง เราเป็นทีมที่ทำ Lingosive ข้อมูลของ YouGlish และ PlayPhrase.me ในบทความนี้จึงมาจากเว็บไซต์และหน้าแอปในสโตร์ของทั้งสองเจ้าเท่านั้น ตรวจล่าสุดเมื่อ 30 ตุลาคม 2569

วิธีเสียงมาจากไหนภาษาเหมาะกับ
เสียงในพจนานุกรมหรือผลการค้นหาคำเดี่ยว ๆ จากผู้พูดคนเดียวแล้วแต่เว็บเช็กพยางค์ที่เน้นและเสียงพื้นฐาน
เว็บที่ผู้ใช้อัดเสียงคนทั่วไปอัดคำเดี่ยว ๆ แล้วอัปโหลดหลายภาษา แล้วแต่เว็บฟังคำเดี่ยวจากหลายเสียง
YouGlishวิดีโอ YouTube เริ่มตรงจุดที่มีคนพูดคำนั้น25 ภาษา และภาษามือเลือกฟังตามสำเนียง
PlayPhrase.meคลิปหนังและซีรีส์สั้น ๆ เล่นต่อกันอังกฤษ สเปน และภาษาอื่น (ตามหน้าแอปใน Google Play)ฟังวลีเดียวจากหลายเรื่อง
Word in Film ของ Lingosiveคลิปหนังและซีรีส์ ทอล์กโชว์ และวิดีโอ YouTube อื่น ๆอังกฤษ สเปน ฝรั่งเศส เยอรมัน ญี่ปุ่นฟังคำในฉากพร้อมประโยคก่อนและหลัง แล้วเก็บคำไว้ทบทวน

YouGlish เหมาะที่สุดถ้าสำเนียงสำคัญกับคุณ สำหรับภาษาอังกฤษมีตัวกรองสำเนียง All, US, UK, AUS, CAN, IE, SCO และ NZ (ทุกสำเนียง อเมริกัน อังกฤษ ออสเตรเลีย แคนาดา ไอร์แลนด์ สกอตแลนด์ และนิวซีแลนด์) เว็บไซต์ใช้ได้ฟรีและอยู่ได้ด้วยเงินบริจาค

PlayPhrase.me เล่นคลิปหนังและซีรีส์ที่มีคำหรือวลีนั้นต่อกันไปทีละคลิป จึงเหมาะกับการฟังวลีเดียวจากนักแสดงหลายคน มีแพ็กเกจสนับสนุนแบบเสียเงินบน Patreon และมีการซื้อในแอปบน Android แต่เราไม่พบในแหล่งข้อมูลของ PlayPhrase.me เองว่าใช้ฟรีได้มากแค่ไหน

Word in Film เหมาะเมื่ออยากเห็นบริบทและอยากเก็บคำไว้ทบทวน แต่ละฉากมีประโยคก่อนและหลังให้ดู คลิกคำไหนก็ดูความหมายและเก็บเข้ารายการได้ เทียบทีละข้อพร้อมแหล่งอ้างอิงได้ที่ Word in Film เทียบกับ YouGlish และ Word in Film เทียบกับ PlayPhrase.me (ทั้งสองหน้าเป็นภาษาอังกฤษ)

ใช้ Word in Film ฟังคำจากฉากหนัง

Word in Film คือเครื่องมือของ Lingosive ที่ให้พิมพ์คำหรือวลีสั้น ๆ แล้วดูฉากที่มีคนพูดคำนั้น ทั้งคลิปหนังและซีรีส์ ทอล์กโชว์ และวิดีโอ YouTube อื่น ๆ โดยค้นจากบริบทวิดีโอกว่า 50 ล้านรายการในคลังคลิปของ Lingosive ไม่ใช่จากหนังทุกเรื่อง จึงใช้หาว่าประโยคที่จำได้มาจากหนังเรื่องไหนไม่ได้

  1. เปิดหน้าเครื่องมือแล้วเข้าสู่ระบบ หน้า Word in Film เป็นภาษาอังกฤษ และการค้นต้องใช้บัญชี Lingosive ซึ่งสมัครฟรีด้วย Google, Apple หรืออีเมล
  2. เลือกภาษาแล้วพิมพ์คำ จะพิมพ์วลีสั้น ๆ อย่าง “break up” ก็ได้ ผลค้นหาจะรวมรูปที่ผันแล้วอย่าง “broke up” ด้วย
  3. ดูทีละฉาก แต่ละฉากมีประโยคก่อนและหลังให้รู้ว่ากำลังคุยเรื่องอะไร
  4. คลิกคำที่ไม่รู้ เพื่อดูความหมาย แล้วกด Learn เก็บไว้ทบทวน คำนี้จะอยู่ในรายการเดียวกับในส่วนขยายและแอปมือถือ

บัญชีฟรีค้นได้วันละ 3 คำหรือวลีที่ไม่ซ้ำกัน (ค้นคำเดิมซ้ำหรือค้นแล้วไม่เจอไม่นับ) ส่วน Premium ยกเลิกขีดจำกัดรายวัน ดูรายละเอียดได้ที่หน้าราคา (ภาษาอังกฤษ) ถ้ายังไม่อยากสมัคร คำภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อยมีหน้าของแต่ละคำ (ภาษาอังกฤษ) พร้อมฉากตัวอย่าง เปิดดูได้โดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบ

เจอคำในซีรีส์ที่ดูอยู่ ใช้การ์ดคำศัพท์

ถ้าเจอคำนั้นระหว่างดูซีรีส์ ทางที่เร็วที่สุดคือฟังจากตอนเดิมอีกรอบ บน Netflix, YouTube, Prime Video, Disney+ และ HBO Max ส่วนขยายของ Lingosive แสดงคำแปลไทยใต้ซับอังกฤษและทำให้ทุกคำคลิกได้ ชี้เมาส์ที่คำเพื่อดูคำแปล หรือคลิกเพื่อเปิดการ์ดคำศัพท์ ซึ่งมี

  • ความหมายอื่น ๆ การออกเสียง และปุ่ม Learn สำหรับเก็บคำ
  • ประโยคจากตอนหรือวิดีโอเดียวกันที่มีคำนั้น สูงสุด 5 ประโยค (บน Netflix และ YouTube คลิกแล้วข้ามไปช่วงนั้นได้)
  • ประโยคตัวอย่างทั่วไป
  • ปุ่ม “Film scenes for this word” ที่เปิด Word in Film พร้อมคำนั้น

การ์ดใช้ได้แม้ดูแบบเต็มจอ ลำดับที่ดีคือฟังคำจากตัวละครในเรื่องเดิมก่อน แล้วค่อยไปฟังเสียงอื่นใน Word in Film ถ้าอยากฟังประโยคซ้ำ บน Netflix และ YouTube กด S ส่วนบน Prime Video, Disney+ และ HBO Max กด W ถ้าคำนั้นมีหลายความหมาย Lingosive AI จะอธิบายว่าในประโยคนี้หมายถึงอะไร พร้อมหมายเหตุไวยากรณ์สั้น ๆ เมื่อจำเป็น และคำพ้องความหมาย

ต้องเลือกซับภาษาอังกฤษในตัวเล่นไว้ เพราะส่วนขยายอ่านคำจากซับนั้น ติดตั้งจาก Chrome Web Store ผ่านหน้าดาวน์โหลด (ภาษาอังกฤษ) ใช้ได้ใน Chrome, Edge, Brave และเบราว์เซอร์ตระกูล Chromium อื่นบนคอม ไม่มีเวอร์ชัน Firefox หรือ Safari และใช้ในแอปบนมือถือ แท็บเล็ต หรือทีวีไม่ได้

ปุ่มและเมนูของ Lingosive มีให้เลือก 13 ภาษา เช่น อังกฤษ แต่ไม่มีภาษาไทย ในบทความนี้เราจึงเขียนชื่อปุ่มเป็นภาษาอังกฤษตามหน้าจอ ส่วนคำแปลใต้ซับและความหมายในการ์ดเป็นภาษาไทยได้ ถ้ายังขึ้นเป็นภาษาอื่น ให้เปิดแผงด้านข้างไปที่ Settings → General → “Your Native Language” (ภาษาแม่) แล้วเลือก Thai (ภาษาแม่เลือกได้ 68 ภาษาในส่วนขยาย 70 ในแอปมือถือ และ 75 บนเว็บ) คำแปลเป็นการแปลด้วยเครื่อง จึงอาจผิดได้บ้าง

ซับ 2 ภาษาและการแปลคำใช้ได้โดยไม่ต้องมีบัญชี ส่วนบัญชีฟรีเก็บคำและวลีได้รวม 100 รายการ และใช้ Lingosive AI ได้วันละ 10 ครั้ง Premium ยกเลิกทั้งขีดจำกัด 100 คำและขีดจำกัดรายวัน Lingosive เป็นเครื่องมืออิสระ ไม่ได้เป็นพันธมิตรหรือเกี่ยวข้องกับ Netflix, YouTube, Prime Video, Disney+ หรือ HBO Max

สำเนียงอเมริกันหรืออังกฤษ เลือกฟังอย่างไร

ทั้งสองสำเนียงถูกต้อง เลือกสำเนียงหนึ่งไว้เลียนแบบให้สม่ำเสมอ แล้วฝึกหูให้คุ้นกับอีกสำเนียง เพราะในหนังและซีรีส์จะได้ยินทั้งคู่ ความต่างที่สังเกตได้ง่ายคือ

  • เสียง r ท้ายพยางค์ สำเนียงอเมริกันออกเสียง r ใน car และ water ส่วนสำเนียงอังกฤษแบบมาตรฐานมักไม่ออก
  • เสียง t ระหว่างสระ ใน water และ better สำเนียงอเมริกันมักฟังคล้าย d เบา ๆ ส่วนสำเนียงอังกฤษมักเป็น t ชัด

ถ้าอยากฟังคำเดียวในสำเนียงที่เลือก ค้นใน YouGlish แล้วกด US หรือ UK พจนานุกรมออนไลน์หลายแห่งก็มีเสียงทั้งแบบอังกฤษและอเมริกันให้เทียบ ส่วน Word in Film ไม่มีตัวกรองสำเนียง ฉากมาจากหลายเรื่องจึงได้ยินหลายสำเนียงปนกัน แต่เลือกเองไม่ได้ ถ้าอยากเลือกซีรีส์ตามสำเนียง บทความหนังฝึกภาษาอังกฤษบน Netflix มีหมายเหตุเรื่องสำเนียงของบางเรื่อง

แบบฝึกออกเสียง 10 นาที

เลือกคำที่ออกเสียงยากมาหนึ่งคำ ค้นใน Word in Film หรือ YouGlish แล้วทำ 5 ขั้นนี้

  1. ฟัง 3 เสียงที่ต่างกัน (3 นาที) ไล่ดูฉากจนได้ผู้พูด 3 แบบ เช่น ผู้ชายกับผู้หญิง คนพูดเร็วกับคนพูดช้า หรือฉากหนังกับทอล์กโชว์
  2. จับพยางค์ที่เน้นและเสียงที่หาย (2 นาที) พยางค์ไหนดังและยาวที่สุด เสียงไหนสั้นลงหรือหายไป จดเป็นตัวอักษรอังกฤษตามที่ได้ยิน ใช้ตัวพิมพ์ใหญ่แทนพยางค์ที่เน้น เช่น PROB-ly สำหรับ probably
  3. พูดตามทั้งประโยค (2 นาที) หยุดวิดีโอหลังจบฉาก แล้วพูดตามทั้งประโยค ไม่ใช่แค่คำเดียว จะได้ฝึกการต่อเสียงกับคำข้าง ๆ พอคล่องแล้วลองพูดพร้อมผู้พูด ช้ากว่าแค่เสี้ยววินาที ซึ่งเรียกว่า shadowing
  4. ช้าก่อน แล้วกลับมาเร็วปกติ (1 นาที) พูดช้า ๆ ทีละพยางค์ แล้วพูดซ้ำด้วยความเร็วปกติ เพราะการพูดช้าช่วยให้เสียงถูก แต่ทำให้จังหวะยืด
  5. อัดเสียงแล้วเทียบ (2 นาที) อัดประโยคด้วยแอปอัดเสียงในมือถือ เปิดคลิปต้นฉบับแล้วต่อด้วยเสียงตัวเอง ฟังพยางค์ที่เน้นก่อน แล้วค่อยฟังสระและเสียงท้ายคำ

Lingosive ไม่ได้ให้คะแนนการออกเสียง การฟังเทียบจึงเป็นตัวตรวจของคุณเอง ถ้าอยากฝึกจากหนังทั้งเรื่อง อ่านเรียนภาษาอังกฤษจากหนัง 5 ขั้นตอน ส่วนแบบฝึกคำที่มักใช้คู่กัน (collocation) อยู่ในบทความฉบับภาษาอังกฤษ

คำถามที่พบบ่อย

มีวิธีฟังคำศัพท์จากหนังฟรีไหม

มี บัญชี Lingosive ฟรีค้นใน Word in Film ได้วันละ 3 คำหรือวลี และหน้าคำภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อยเปิดดูฉากได้โดยไม่ต้องมีบัญชี PlayPhrase.me ก็เปิดคลิปหนังและซีรีส์ให้ดู แต่ไม่ได้บอกว่าใช้ฟรีได้แค่ไหน ส่วน YouGlish ใช้วิดีโอ YouTube และเว็บไซต์ใช้ได้ฟรี (ข้อมูลสองเว็บนี้ตรวจเมื่อ 30 ตุลาคม 2569)

Word in Film รองรับภาษาอะไรบ้าง

บนเว็บและปุ่มในส่วนขยายรองรับอังกฤษ สเปน ฝรั่งเศส เยอรมัน และญี่ปุ่น แอปมือถือมีอิตาลี โปรตุเกส และรัสเซียเพิ่ม ถ้าเรียนภาษาอื่น YouGlish ครอบคลุม 25 ภาษาและภาษามือ

ต้องสมัครบัญชีไหม

ต้องสมัครถ้าจะค้นใน Word in Film แต่สมัครฟรีด้วย Google, Apple หรืออีเมล ถ้ายังไม่สมัคร ก็เปิดหน้าคำภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อย (ภาษาอังกฤษ) ดูฉากได้ และใช้ซับ 2 ภาษากับการแปลคำในส่วนขยายได้เลย

เลือกฟังสำเนียงที่ต้องการได้ไหม

ได้ใน YouGlish ซึ่งกรองภาษาอังกฤษตามสำเนียงได้ เช่น US (อเมริกัน) UK (อังกฤษ) และ AUS (ออสเตรเลีย) ส่วน Word in Film ไม่มีตัวกรองสำเนียง

ใช้บนมือถือได้ไหม

ได้ แต่ไม่ใช่ผ่านส่วนขยาย ซึ่งใช้ได้เฉพาะเบราว์เซอร์บนคอม ไม่ใช่ในแอปบนมือถือ แท็บเล็ต หรือทีวี บนมือถือให้ใช้แอป Lingosive (หน้าภาษาอังกฤษ) บน iPhone, iPad และ Android (iOS 16.4 และ Android 7.0 ขึ้นไป) ซึ่งมี Word in Film และคลังวิดีโอ YouTube ที่คัดมาสำหรับผู้เรียน แตะคำในซับเพื่อดูคำแปลและฟังเสียงได้ แผนฟรีดูวิดีโอได้วันละ 5 นาที

ดาวน์โหลด Lingosive

เริ่มฝึกวันนี้เลย!

เริ่มต้นใช้งานฟรี

ส่วนขยายใช้งานได้ใน Chrome, Edge และ Brave บนคอมพิวเตอร์

ตัวเลือกการดาวน์โหลดทั้งหมด

อ่านเพิ่มเติม