เรียนภาษาอังกฤษจากหนัง ให้ฟังออกและพูดได้ด้วย 5 ขั้นตอน
ดูเพลินอย่างเดียวช่วยได้ช้า วิธีเรียนภาษาอังกฤษจากหนังให้ได้ผลคือเลือกเรื่องตามระดับที่วัดจริง ค่อยๆ ลดซับ ฟังซ้ำทีละประโยค พูดตามฉากสั้นๆ และทบทวนคำ พร้อมตารางฝึก 1 สัปดาห์
เรียนภาษาอังกฤษจากหนังให้ฟังออกและพูดได้ ต้องดูอย่างมีขั้นตอน คือเลือกเรื่องที่ตรงระดับ ค่อยๆ ลดซับจาก 2 ภาษาเหลือซับอังกฤษแล้วจึงปิดซับ ฝึกฟังซ้ำทีละประโยค พูดตามฉากสั้นๆ และเก็บคำศัพท์ไว้ทบทวน ดูเพลินๆ อย่างเดียวช่วยให้หูคุ้นกับภาษาอังกฤษ แต่ยังไม่พอให้ฟังออกทุกประโยคหรือพูดเองได้
คำว่า “หนัง” ในที่นี้รวมทั้งหนังฝรั่งและซีรีส์ ส่วนตัวเลขความยากมาจากการวัดของเราเอง (ทีม Lingosive)
เรียนภาษาอังกฤษจากหนังได้ผลไหม
ได้ผล โดยเฉพาะด้านการฟัง เพราะในหนังคุณจะได้ยินภาษาอังกฤษแบบที่คนพูดกันจริง ทั้งความเร็วตามธรรมชาติ คำย่ออย่าง gonna (going to) และน้ำเสียงที่บอกอารมณ์ ฉากในเรื่องยังช่วยให้เดาความหมายของคำใหม่ได้
แต่ได้ผลช้า คำที่ได้ยินครั้งเดียวมักลืมก่อนถึงตอนถัดไป ส่วนการพูดจะไม่เก่งขึ้นจากการนั่งดูเฉยๆ ต้องลงมือออกเสียงจริง 5 ขั้นด้านล่างจึงแบ่งเวลาให้ทั้งการฟังและการพูด
ขั้นที่ 1 เลือกเรื่องให้ตรงระดับ
เรื่องที่ตรงระดับคือเรื่องที่คุณรู้คำในบทพูดเกือบทั้งหมดอยู่แล้ว และพูดไม่เร็วเกินกว่าที่หูจะตามทัน งานวิจัยด้านการฟังของ van Zeeland และ Schmitt (2013, ภาษาอังกฤษ) พบว่าผู้เรียนส่วนใหญ่ฟังเรื่องเล่าภาษาพูดในชีวิตประจำวันเข้าใจได้พอใช้เมื่อรู้ความหมายของคำที่ได้ยิน 90% แม้ผลของแต่ละคนจะต่างกันมาก และเมื่อรู้ถึง 95% ก็เข้าใจได้ค่อนข้างดี
เราวัดความยากของหนังอย่างไร
เราวัดจากซับของคลิปในคลังของ Lingosive เมื่อเดือนตุลาคม 2569 ไม่ใช่จากทั้งตอนหรือทั้งเรื่อง แต่ละคลิปได้ระดับ 1 (ง่ายที่สุด) ถึง 5 (ยากที่สุด) ซึ่งคิดจากความหายากของคำ ความเร็วในการพูด และความยาวของประโยค ระดับของเรื่องคือค่ามัธยฐาน (ค่ากลาง) ของระดับคลิปทั้งหมดในเรื่องนั้น ส่วนสัดส่วนคำพื้นฐานคือสัดส่วนของคำที่พูดในเรื่องซึ่งอยู่ใน 2,000 คำที่ใช้บ่อยที่สุดในภาษาอังกฤษ
สเกลนี้เราตั้งขึ้นเอง คนละระบบกับ CEFR (กรอบวัดระดับภาษาของผู้เรียน A1–C2) หนังในบทความนี้จึงไม่มีป้ายอย่าง “B1” จากหนังและซีรีส์ภาษาอังกฤษ 68 เรื่องที่วัด ไม่มีเรื่องไหนอยู่ระดับ 1–2 เลย เรื่องเดียวที่ได้ระดับ 3 คือหนัง It Ends with Us อีก 67 เรื่องเป็นระดับ 4 จำนวน 43 เรื่อง และระดับ 5 จำนวน 24 เรื่อง
สำหรับการฟังและการพูด ความเร็วสำคัญเป็นพิเศษ Friends พูดเฉลี่ย 3.2 คำต่อวินาที Arrested Development กับ Joey 3.8 และหนัง The Break-Up 4.2 ถ้าบทพูดเร็วเกินกว่าที่หูตามทัน คุณจะหลุดไปทีละประโยค ส่วนในซีรีส์ 18 เรื่องที่วัด คำพื้นฐาน 2,000 คำครอบคลุมบทพูด 81.7%–88.4% ถ้ารู้แค่ 2,000 คำนี้ก็ยังไม่ถึง 90% ช่วงแรกจึงต้องพึ่งซับและเปิดดูคำแปลอยู่บ้าง
ตัวเลขเหล่านี้วัดสำเนียง การเล่นคำ และมุกที่อ้างอิงวัฒนธรรมไม่ได้ ข้อสังเกตเรื่องเหล่านี้อยู่ในบทความหนังฝึกภาษาอังกฤษบน Netflix ที่เรียงตามความยาก และรายชื่อครบ 68 เรื่องอยู่ที่หน้ารวมเรื่องภาษาอังกฤษ (ภาษาอังกฤษ)
ทดสอบ 5 นาทีก่อนเลือกเรื่อง
หยิบเรื่องจากช่วงต้นของรายการ (กลุ่มที่ง่ายที่สุด) เลือกฉากที่ยังไม่เคยดู เปิดซับอังกฤษอย่างเดียว (ใน Lingosive กด N ซ่อนคำแปล) แล้วดูรวดเดียว 5 นาที พร้อมนับคำที่เดาความหมายจากฉากไม่ออก ถ้าเล่าได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เรื่องนี้ใช้ฝึกได้ ถ้าหลงเกือบทั้งฉาก กด N เปิดคำแปลกลับมา หรือเปลี่ยนไปเรื่องที่ง่ายกว่า เรื่องที่เคยดูแบบพากย์ไทยมาแล้วยิ่งดี เพราะรู้เนื้อเรื่องอยู่แล้ว สมาธิจะไปอยู่ที่ภาษาอังกฤษ
ขั้นที่ 2 ค่อยๆ ลดซับ: 2 ภาษา → อังกฤษ → ไม่มีซับ
แบ่งการใช้ซับเป็น 3 ขั้น เริ่มจากซับ 2 ภาษา (อังกฤษบน ไทยล่าง) แล้วเหลือซับอังกฤษอย่างเดียว สุดท้ายปิดซับกับฉากที่ดูมาแล้ว ทุกขั้นให้เลือกเสียงภาษาอังกฤษต้นฉบับ แบบที่โรงหนังเรียกว่าซาวด์แทร็ก ไม่ใช่พากย์ไทย
| ขั้น | บนจอมีอะไร | ขยับขั้นเมื่อ |
|---|---|---|
| 1. ซับ 2 ภาษา | ซับอังกฤษบรรทัดบน คำแปลไทยบรรทัดล่าง | อ่านประโยคอังกฤษได้เกือบหมดก่อนเหลือบดูบรรทัดไทย |
| 2. ซับอังกฤษอย่างเดียว | บรรทัดอังกฤษ เปิดดูคำแปลเฉพาะคำที่ติด | ตามได้เกือบทุกฉาก ต้องเปิดดูคำแปลแค่ไม่กี่คำ |
| 3. ไม่มีซับ | ไม่มีตัวหนังสือ ใช้กับฉากที่ดูมาแล้ว | เป็นขั้นสุดท้ายสำหรับดูซ้ำ ตอนใหม่ยังเริ่มที่ขั้น 2 |
คนที่ดูหนังฝรั่งแบบซับไทยมาตลอดมักอ่านซับไทยจบก่อนหูจะทันฟัง การดูหนังซับอังกฤษจึงเป็นจุดที่หูเริ่มทำงานจริง ขั้นของซับยังขึ้นกับเรื่องด้วย เรื่องที่พูดเร็วอย่าง The Break-Up อาจต้องกลับไปใช้ซับ 2 ภาษา ส่วนขั้น 2 และ 3 ใช้แค่ซับอังกฤษของแพลตฟอร์ม จึงทำได้บนทุกจอ ถ้าเรื่องนั้นมีซับอังกฤษ
เปิดซับ 2 ภาษาบนคอมด้วย Lingosive
ตัวเล่นของ Netflix, YouTube และแพลตฟอร์มอื่นแสดงซับได้ทีละภาษา ขั้น 1 จึงต้องใช้เครื่องมือเสริม เช่น ส่วนขยาย (extension) ของ Lingosive ซึ่งเติมคำแปลภาษาไทยไว้ใต้ซับอังกฤษบน YouTube (ไม่รวม Shorts), Netflix, Prime Video, Disney+ และ HBO Max ในเบราว์เซอร์บนคอม ติดตั้งจาก Chrome Web Store ผ่านหน้าดาวน์โหลด (ภาษาอังกฤษ) ใช้ได้ใน Chrome, Edge, Brave และเบราว์เซอร์ตระกูล Chromium อื่น แต่ไม่มีเวอร์ชัน Firefox หรือ Safari
- บรรทัดบน คือซับอังกฤษที่คุณเลือกในตัวเล่น ซึ่ง Lingosive แสดงใหม่ให้คลิกได้ทุกคำ ต้องเปิดซับอังกฤษไว้เสมอ เพราะถ้าปิดซับ Lingosive ก็ไม่มีอะไรให้อ่าน
- บรรทัดล่าง คือคำแปลไทยที่แปลด้วยเครื่อง (machine translation) ไม่ใช่ซับไทยของแพลตฟอร์ม จึงใช้ได้แม้เรื่องนั้นไม่มีซับไทย แต่ถ้อยคำอาจต่างจากซับไทยของแพลตฟอร์ม และบางครั้งก็แปลผิด
กด N หรือคลิกไอคอนรูปชั้นซ้อนทางขวาของซับเพื่อเปิดหรือปิดบรรทัดล่าง ตอนแรกคำแปลจะเป็นภาษาเดียวกับเบราว์เซอร์ ถ้าไม่ใช่ภาษาไทย ให้เปิดแผงด้านข้างไปที่ Settings → General → “Your Native Language” (ภาษาแม่) แล้วเลือก Thai (ภาษาไทย) ส่วนบน Netflix ปุ่ม Lingosive ในตัวเล่นใช้เปิดแผงนี้ และถ้าเห็นแค่ซับปกติของ Netflix ให้เปิดสวิตช์บนปุ่มนั้น ขั้นตอนละเอียดอยู่ในบทความ Netflix ซับ 2 ภาษา
เมนูของส่วนขยายและแอปไม่มีภาษาไทย แต่มีให้เลือก 13 ภาษา เช่น ภาษาอังกฤษ บทความนี้จึงเขียนชื่อปุ่มตามที่เห็นบนจอ ส่วนบรรทัดคำแปลและความหมายของคำเป็นภาษาไทยได้ เพราะภาษาแม่เลือกได้ 68 ภาษาในส่วนขยาย (70 ในแอปมือถือ และ 75 บนเว็บ) Lingosive เป็นเครื่องมืออิสระ ไม่มีความเกี่ยวข้องหรือเป็นพันธมิตรกับ Netflix, YouTube, Prime Video, Disney+ หรือ HBO Max
ขั้นที่ 3 ฝึกฟังทีละประโยค
วิธีฝึกฟังภาษาอังกฤษจากหนังให้ได้ผล คือเลือกฉากสั้นๆ แล้วฟังซ้ำทีละประโยคจนได้ยินครบทุกคำ หลายครั้งประโยคที่ฟังไม่ออกก็ไม่ได้มีคำยาก แต่คำถูกพูดติดกันหรือย่อจนจับไม่ทัน บน Netflix และ YouTube ลองใช้ 20 นาทีกับฉากเดียวแบบนี้
- ดูหนึ่งรอบพร้อมซับ 2 ภาษาโดยไม่หยุด เพื่อจับใจความ
- กด V ให้วิดีโอหยุดเองเมื่อจบแต่ละประโยค และกด B เบลอซับ ซับจะชัดเฉพาะตอนชี้เมาส์
- ทุกครั้งที่วิดีโอหยุด พูดหรือจดสิ่งที่ได้ยิน แล้วชี้เมาส์เพื่อเฉลย
- ประโยคที่ฟังไม่ออก กด S ฟังซ้ำ เมื่อเปิด V กับ B พร้อมกัน ประโยคที่เล่นซ้ำจะช้าลงเหลือ 0.80× ส่วน A ย้อนไปประโยคก่อนหน้า และ D ไปประโยคถัดไป
- ปิด V กด N ซ่อนคำแปล แล้วดูฉากเดิมอีกรอบด้วยความเร็วปกติ
ปุ่ม A, S, D, V และการเล่นซ้ำแบบช้าใช้ได้เฉพาะบน Netflix และ YouTube บน Prime Video, Disney+ และ HBO Max ปุ่มเลื่อนประโยคคือ Q, W, E และไม่มีการหยุดอัตโนมัติ เปลี่ยนปุ่มได้ที่ Settings → Controls (ตั้งค่าปุ่มควบคุม) ถ้าดู Netflix เป็นหลัก การตั้งค่าและกิจวัตรวันละ 30 นาทีอยู่ในบทความดู Netflix ฝึกภาษาอังกฤษ
ขั้นที่ 4 ฝึกพูดตามฉากสั้นๆ
ฝึกพูดภาษาอังกฤษจากหนังได้ด้วยเทคนิค shadowing ซึ่งก็คือการพูดตามนักแสดงทันทีที่ได้ยิน ช้ากว่าเสียงในหนังแค่เสี้ยววินาที และเลียนทั้งจังหวะ การเน้นคำ และเสียงขึ้นลง ใช้ฉากละ 2–4 ประโยค วันละ 10–15 นาที เลือกฉากที่พูดทีละคนและเสียงชัด เริ่มจากความเร็วราว 3 คำต่อวินาทีอย่าง Friends ก่อนจะลองฉากที่เร็วถึง 4.2 คำต่อวินาที และใส่หูฟังไว้
- เข้าใจก่อน ดูฉากพร้อมคำแปลและคลิกคำที่ไม่รู้ ถ้าไม่รู้ความหมายก็จะเน้นคำผิดที่
- ฟังแล้วพูดตาม เปิด V ให้วิดีโอหยุดท้ายประโยค กด S ฟังซ้ำ แล้วพูดออกเสียงดังๆ ด้วยจังหวะเดียวกัน
- พูดพร้อมนักแสดง เล่นอีกครั้งแล้วพูดตามแทบจะพร้อมกัน ตามหลังแค่นิดเดียว
- ตัดตัวหนังสือ กด B เบลอซับและปิด V ให้ฉากเล่นต่อเนื่อง แล้วพูดตามจากเสียงอย่างเดียว
- อัดเสียงเทียบ อัดเสียงตัวเองด้วยมือถือ แล้วเปิดเทียบกับต้นฉบับทีละประโยค
Lingosive ไม่ได้ให้คะแนนการออกเสียง เสียงที่อัดไว้จึงเป็นตัวช่วยเช็กที่ดีที่สุด ตอนฟังเทียบให้ระวังเสียงท้ายคำ เพราะภาษาไทยไม่มีเสียง s ท้ายคำ เสียง s ใน likes หรือ it's จึงหลุดหายได้ง่าย น้ำเสียงก็สำคัญ ลองพูด “We were on a break!” ของ Ross ใน Friends ด้วยเสียงเรียบๆ มุกของฉากจะหายไปทันที ถ้าไม่แน่ใจว่าคำไหนออกเสียงอย่างไร ลองฟังเจ้าของภาษาพูดคำนั้นในประโยคจริงตามวิธีในบทความ ออกเสียงภาษาอังกฤษให้ฟัง
ใช้การเล่นซ้ำแบบช้า (เปิด V กับ B แล้วกด S) แค่ตอนเริ่มจำประโยค เพราะจังหวะที่ยืดออกไม่เหมือนการพูดจริง ฝึกทุกครั้งให้จบที่ความเร็วปกติ ขั้นตอนละเอียดอยู่ในบทความ shadowing ฉบับภาษาอังกฤษ
ขั้นที่ 5 เก็บคำศัพท์และทบทวน
เก็บเฉพาะคำที่คุ้มจะจำ เช่น คำที่ได้ยินซ้ำหรือคำที่นึกออกว่าจะได้ใช้ ราว 5–10 คำต่อตอน แล้วทบทวนด้วยแฟลชการ์ด ถ้าเก็บทุกคำ การทบทวนจะกลายเป็นภาระจนเลิกทำ
ใน Lingosive แค่ชี้เมาส์ก็เห็นคำแปลไทย ถ้าคลิกจะได้การ์ดคำศัพท์ที่มีความหมายอื่นๆ เสียงอ่าน ปุ่ม Learn สำหรับเพิ่มคำเข้ารายการ ประโยคจากตอนเดียวกันที่มีคำนั้นสูงสุด 5 ประโยค (บน Netflix และ YouTube คลิกเพื่อข้ามไปช่วงนั้นได้) ประโยคตัวอย่างทั่วไป และปุ่ม “Film scenes for this word” ซึ่งเปิด Word in Film (ภาษาอังกฤษ) ให้ฟังคำเดียวกันจากฉากอื่นในคลังคลิปของ Lingosive การ์ดนี้ใช้ได้แม้ดูแบบเต็มจอ ส่วนคำที่มีหลายความหมาย Lingosive AI จะอธิบายความหมายในประโยคนั้น พร้อมหมายเหตุไวยากรณ์สั้นๆ เมื่อจำเป็น และคำพ้องความหมาย
ซับ 2 ภาษาและการแปลคำใช้ได้โดยไม่ต้องมีบัญชี ส่วนการบันทึกคำต้องมีบัญชี ซึ่งสมัครได้ฟรีด้วย Google, Apple หรืออีเมล บัญชีฟรีบันทึกคำและวลีได้รวม 100 รายการ ใช้ Lingosive AI ได้วันละ 10 ครั้ง และค้น Word in Film ได้วันละ 3 คำหรือวลีที่ไม่ซ้ำกัน Premium ยกเลิกขีดจำกัดเหล่านี้ ราคาดูได้ที่หน้าราคา (ภาษาอังกฤษ)
บัญชีเดียวใช้ได้ทั้งส่วนขยาย แอปมือถือ และศูนย์การเรียนบนเว็บ (lingosive.com/learn) คำที่บันทึกจึงซิงก์ถึงกันหมด ในแอปมือถือ คำเหล่านี้กลับมาเป็นแฟลชการ์ดทบทวนแบบเว้นระยะ (spaced repetition) ซึ่งจะเรียกคำกลับมาให้ทบทวนก่อนที่คุณจะลืม การ์ดมี 4 แบบ คือ ความหมาย คำศัพท์ การเขียน และการฟัง ถ้ามีฉากวิดีโอของคำนั้นก็จะแสดงด้วย หลังตอบแต่ละใบให้กด Forgot, Hard, Good หรือ Easy ตามที่จำได้ แล้วอัลกอริทึม FSRS จะกำหนดวันทบทวนครั้งถัดไป เริ่มต้นวันละ 10 นาทีก็พอ
ตารางฝึก 1 สัปดาห์
ถ้าอยากฝึกภาษาอังกฤษจากหนังให้เป็นกิจวัตร ลองใช้ตารางนี้ ใช้ฉากเดียวกันทั้งฝึกฟังและฝึกพูด และทบทวนแฟลชการ์ดเพิ่มวันละราว 10 นาทีทุกวันยกเว้นวันพัก
| วัน | ทำอะไร | กี่นาที |
|---|---|---|
| จันทร์ | ฉากใหม่ ดูพร้อมซับ 2 ภาษา แล้วฝึกฟังทีละประโยค (ขั้นที่ 3) | 20 |
| อังคาร | พูดตาม 2–4 ประโยคจากฉากวันจันทร์ แล้วอัดเสียงเทียบ (ขั้นที่ 4) | 15 |
| พุธ | ฉากใหม่อีกหนึ่งฉาก ฝึกฟังทีละประโยค | 20 |
| พฤหัสบดี | พูดตามประโยคจากฉากวันพุธ แล้วอัดเสียงเทียบ | 15 |
| ศุกร์ | ดูทั้งตอนแบบสบายๆ ด้วยซับขั้นที่อยู่ตอนนี้ | 1 ตอน |
| เสาร์ | ดูสองฉากของสัปดาห์แบบไม่มีซับ แล้วพูดตามโดยไม่ดูตัวหนังสือ | 15 |
| อาทิตย์ | พัก | – |
คำถามที่พบบ่อย
ดูหนังอย่างเดียวช่วยให้เก่งภาษาอังกฤษไหม
ช่วยได้บางส่วน หูจะคุ้นกับความเร็วและสำเนียง และได้คำศัพท์เพิ่มบ้าง แต่ช้า เพราะคำที่เจอครั้งเดียวมักลืมเร็ว ส่วนการพูดต้องฝึกออกเสียงจริง
ดูหนังฝึกภาษา ควรเปิดซับไทยหรือซับอังกฤษ
เริ่มจากเปิดทั้งสองภาษา อังกฤษบน ไทยล่าง พออ่านบรรทัดอังกฤษได้เกือบหมดโดยไม่ต้องมองลงไป ค่อยเหลือซับอังกฤษอย่างเดียว ถ้าเปิดแต่ซับไทย คุณจะได้อ่านภาษาไทยมากกว่าได้ฟังภาษาอังกฤษ
ฝึกพูดภาษาอังกฤษจากหนังทำอย่างไร
ใช้เทคนิค shadowing เลือก 2–4 ประโยคจากฉากที่พูดไม่เร็ว ฟังซ้ำทีละประโยคแล้วพูดตามออกเสียงด้วยจังหวะเดียวกับนักแสดง อัดเสียงตัวเองไว้เทียบ และฝึกชุดเดิมหลายวันจนพูดได้โดยไม่ต้องดูซับ
มือใหม่ควรเริ่มจากอะไร
เริ่มจากคลิปสั้นที่คัดตามระดับ เพราะใน 68 เรื่องที่เราวัดไม่มีเรื่องไหนได้ระดับ 1–2 แอป Lingosive บน iPhone, iPad และ Android (iOS 16.4 และ Android 7.0 ขึ้นไป) มีคลังวิดีโอ YouTube ที่คัดมาสำหรับผู้เรียน ทั้งคลิปหนังและซีรีส์ พอดแคสต์ ทอล์กโชว์ และบทเรียน รวม 400,000+ วิดีโอและพอดแคสต์ใน 8 ภาษา รวมถึงภาษาอังกฤษ ในแอปกรองวิดีโอตามระดับได้ เปิดบรรทัดคำแปลไทย ปรับให้เล่นช้าลง เล่นประโยคซ้ำ และแตะคำในซับเพื่อดูคำแปล ฟังเสียง และบันทึกคำ พอตามคลิปได้สบาย ค่อยขยับไปที่หนัง It Ends with Us (ดราม่าเนื้อหาหนัก) หรือฉากสั้นๆ จาก Friends แบบเปิดซับ 2 ภาษา
ใช้วิธีนี้บนมือถือหรือทีวีได้ไหม
ได้บางส่วน ขั้นที่ใช้แค่ซับอังกฤษทำได้ทุกจอ แต่ซับ 2 ภาษาและปุ่มลัดของ Lingosive ใช้ในแอปบนมือถือ แท็บเล็ต (รวมถึง iPad) และทีวีไม่ได้ เพราะแอปเหล่านั้นติดตั้งส่วนขยายไม่ได้ และในเบราว์เซอร์บนมือถือหรือแท็บเล็ตก็ใช้ไม่ได้
ถ้าใช้คอม ให้ใช้ส่วนขยายตามขั้นที่ 2 ถ้าใช้มือถือ ให้ใช้แอป Lingosive ซึ่งเล่นวิดีโอจากคลังของตัวเอง ไม่ได้เล่น Netflix, Prime Video, Disney+ หรือ HBO Max ใส่ซับให้แอปเหล่านั้นไม่ได้ และเพิ่มลิงก์ YouTube เองไม่ได้ แผนฟรีดูได้วันละ 5 นาที ดูรายละเอียดที่หน้าแอปมือถือ (ภาษาอังกฤษ) ถ้าอยากดูบนทีวี ให้ต่อโน้ตบุ๊กเข้ากับทีวีด้วยสาย HDMI แล้วเปิดหนังในเบราว์เซอร์บนโน้ตบุ๊ก ซึ่งเป็นการต่อจอทั่วไป ไม่ใช่ฟีเจอร์ของ Lingosive ส่วนการแคสต์ (cast) จะไม่พาบรรทัดคำแปลไปด้วย
เริ่มฝึกวันนี้เลย!
เริ่มต้นใช้งานฟรี
ส่วนขยายใช้งานได้ใน Chrome, Edge และ Brave บนคอมพิวเตอร์
ตัวเลือกการดาวน์โหลดทั้งหมดอ่านเพิ่มเติม
- ดู Netflix ฝึกภาษาอังกฤษ: ตั้งค่าซับตามระดับและกิจวัตร 30 นาทีเลือกเสียงและซับให้ตรงระดับ ฟังซ้ำทีละประโยคบนคอม และทำกิจวัตรวันละ 30 นาที คือวิธีดู Netflix ฝึกภาษ…
- Netflix ซับ 2 ภาษา: เปิดซับอังกฤษและไทยพร้อมกันบนคอมปกติ Netflix เปิดซับได้ทีละภาษา แต่บนคอมเปิดซับ 2 ภาษาได้ด้วยส่วนขยาย ซับอังกฤษอยู่บน คำแปลไทยอยู่ล่…
- ออกเสียงภาษาอังกฤษให้ฟัง: 5 วิธีฟังจากปากเจ้าของภาษาปุ่มลำโพงในพจนานุกรมมีแค่เสียงเดียวที่อ่านช้า ๆ ถ้าอยากให้คนจริงออกเสียงภาษาอังกฤษให้ฟังในประโยค ลอง…